สร้างชีวิต
ผู้แต่ง : พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ
เรื่องย่อ สร้างชีวิต : การต่อสู้เพื่อชนชั้นชาวนา
ผู้แต่งได้สร้างให้เรไรเป็นทั้งตัวเอกและนางเอกของเรื่องทำหน้าที่ถ่ายทอดแนวคิดและุอุดมการณ์เรื่องการต่อสู้ชีวิตแม้เธอจะเป็นเพียงเด็กสาวบริสุทธิ์สดใสแต่ใจที่กล้าหาญและเข้มแข็งของเธอนี้เองที่ทำให้ผู้อ่านมองเห็นเธอในฐานะยอดหญิงตัวอย่างสมกับผู้แต่งตั้งใจแม้ผู้แต่งจะสร้างเรไรเกิดมาในตระกูลชาวนาต้องขวนขวายช่วยบิดามารดาทำงานปลูกผักและเลี้ยงไก่หากแต่เธอก็ได้รับการศึกษาในโรงเรียนประชาบาลและยังใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสืออยู่เสมอ นับเป็นโชคดีของเธอที่นายสมพรลูกค้าไข่และผักของเธอเป็นคนชอบอ่านหนังสือและมีจิตใจกรุณาให้เรไรยืมหนังสืออ่านได้ตามใจต้องการเรไรจึงได้เพิ่มพูนความรู้ของตนอยู่เสมอคุุณลักษณะของเรไรที่สะท้อนให้เห็นจากเรื่องจึงเป็นหญิงงาม มีความเสียสละเพื่อผู้อื่น มีความรู้และเฉลียวฉลาดในวัยที่มีอายุ 19 ปีบริบูรณ์ ความเปล่งปลั่งของเรไร ก็เพิ่มพูนเป็นสาวสวยที่แท้จริงคนหนึ่งและในตอนนี้คนใหญ่คนโตผู้นั้นซึ่งเป็นผู้มั่งคั่งมหาศาลและเรไรจะเรียกอย่างง่ายๆว่าเศรษฐีได้มาที่บ้านของเรไรบ่อยๆและแสดงความสนใจในตัวเรไร มากขึ้นเพียงไรสีหน้าของพ่อแม่เรไรก็แสดงความวิตกหมกมุ่นมากขึ้นเพียงนั้น เรไรเชื่อมั่นว่าพ่อแม่ของตนกำลังถูกบีบบังคับอะไรอย่างมาก นอกจากนี้จะเห็นว่าสาเหตุที่เรไรใกล้ชิดกับภรรยาเอกของนายเงินมากกว่าภรรยาน้อยคนอื่นๆ นอกจากจะเป็นเพราะเรไรรู้จักวางตัวจนเป็นที่ไว้วางใจของภรรยาเอกแล้ว สาเหตุสำคัญคือเรไรเป็นคนที่มีความรู้สามารถที่จะช่วยงานธุรการรับใช้ภรรยาเอกของนายเงินได้อย่างใกล้ชิด
การที่เรไรมีความรู้ทางหนังสือ ดีกว่าเมียเล็กเมียน้อยคนอื่นทั้งหลายและดีกว่าเอกภริยาเองนั้น ช่วยให้เรไรได้ฐานะดีอีกอย่างหนึ่งคือได้รับใช้อย่างเป็นเลขานุการของภริยาและมีทางล่วงรู้ความเป็นไปภายในครอบครัวมั่งคั่งนั้นมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า ความรู้ของเรไรนี้เองเป็นต้นทุนสำคัญซึ่งทำให้เรไรเห็นช่องทางและมีโอกาสขโมยสัญญากู้เงินและโฉดที่ดินของเพื่อนชาวนาได้สำเร็จในที่สุด
วิเคราะห์สภาพสังคมของวรรณกรรมเรื่อง สร้างชีวิต
เป็นนวนิยายของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการที่มุ่งเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการต่อสู้ชีวิตเพื่อชาวนานวนิยายเรื่องนี้ได้รับคัดเลือกจาก “โครงการวิจัยเพื่อคัดเลือกและแนะนำหนังสือดีในรอบศตวรรษ” ให้เป็น 1 ในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน (พ.ศ. 2480-2519)
สร้างชีวิตเป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาสาระ มีแนวคิดเกี่ยวกับการต่อสู้และสร้างชีวิตค่อนข้างโดดเด่น ช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิตและต่อโลกกว้างขึ้น นอกจากนั้นผู้อ่านยังได้เห็นภาพสะท้อนสังคมชนชั้นของไทยสร้างชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นนายทุนและชนชั้นชาวนาปัญหาการเอารัดเอาเปรียบอันเกิดจากความเหลือมล้ำต่ำสูงในชุมชนนวนิยายเรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจชีวิตและสังคมมากขึ้นตลอดจนเห็นคุณค่าของการต่อสู้ชีวิตและเกิดแรงบันดาลใจมุ่งมั่นที่จะต่อสู้และสร้างชีวิตของตนเองผู้แต่งนำเสนอเรื่องให้ผู้อ่านเห็นว่ามนุษย์ต้องต่อสู้เพื่อให้อุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในชีวิตผ่านพ้นไปด้วยดีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นในชีวิตของมนุษย์เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาด้วยตนเองไม่มีใครคอยหยิบยื่นให้ความอุตสาหะมุมานะพยายามและความชอบธรรมเท่านั้นที่จะช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชีวิตได้
สร้างชีวิตเป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาสาระ มีแนวคิดเกี่ยวกับการต่อสู้และสร้างชีวิตค่อนข้างโดดเด่น ช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิตและต่อโลกกว้างขึ้น นอกจากนั้นผู้อ่านยังได้เห็นภาพสะท้อนสังคมชนชั้นของไทยสร้างชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นนายทุนและชนชั้นชาวนาปัญหาการเอารัดเอาเปรียบอันเกิดจากความเหลือมล้ำต่ำสูงในชุมชนนวนิยายเรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจชีวิตและสังคมมากขึ้นตลอดจนเห็นคุณค่าของการต่อสู้ชีวิตและเกิดแรงบันดาลใจมุ่งมั่นที่จะต่อสู้และสร้างชีวิตของตนเองผู้แต่งนำเสนอเรื่องให้ผู้อ่านเห็นว่ามนุษย์ต้องต่อสู้เพื่อให้อุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในชีวิตผ่านพ้นไปด้วยดีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นในชีวิตของมนุษย์เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาด้วยตนเองไม่มีใครคอยหยิบยื่นให้ความอุตสาหะมุมานะพยายามและความชอบธรรมเท่านั้นที่จะช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชีวิตได้
สร้างชีวิต เป็นเรื่องของเรไร เด็กสาวบริสุทธิ์สดใสคนหนึ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางความบริสุทธิ์สดใสในสังคมชนบทท่ามกลางความรักความอบอุ่นของครอบครัวเรไรได้รับความรักและความอบอุ่นจากบิดามารดาอย่างมากมายเมื่อเติบโตขึ้นพร้อมรับรู้ว่าชีวิตของคนยากจนในชนบทนั้นผ่านไปแต่ละวันด้วยความยากลำบากและเธอก็ได้บทสรุปว่ามนุษย์ต้องทำงานหนักจึงจะมีชีวิตอยู่รอดได้ต่อมาเรไรเริ่มสังเกตเห็นว่าบิดามารดาของเธอกำลังประสบปัญหาจากการกู้หนี้ยืมสิน ี่ดินและบ้านที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นของเธอกำลังถูกยึดและเมื่อเรไรทราบว่ามีเพียงตัวเธอเท่านั้นที่จะช่วยบิดามารดารักษาที่ดินและบ้านของเธอไว้ได้เธอจึงตัดสินใจเข้าแบกรับปัญหาทั้งหมดด้วยจิตใจที่เข้มแข็งและกล้าหาญเกินกว่าผู้หญิงทั่วไปโดยการยอมเป็นภรรยาน้อยของนายเงิน เศรษฐีหน้าเลือดที่บิดามารดาของเธอติดหนี้สินอยู่ การเข้าไปเป็นภรรยาน้อยของนายเงินนี้เองทำให้เรไรได้ช่วยปลดหนี้สินให้แก่พี่น้องชาวนาในหมู่บ้านที่ถูกอำนาจของนายเงินกดขี่ข่มเหงด้วยความไม่เป็นธรรมอีกด้วย
วิเคราะห์ค่านิยม:ภาพสะท้อนสังคม
จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า นวนิยายเรื่องสร้างชีวิต ผลงานการประพันธ์เรื่องสุดท้ายของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นนวนิยายที่นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการต่อสู้ชีวิตและการสร้างชีวิตได้อย่างโดดเด่นแนวคิดดังกล่าวมีคุณค่าทางสังคมอย่างเห็นได้ชัดเจน นอกจากนั้นนวนิยายเรื่องนี้ยังมีเนื้อเรื่องชวนให้ผู้อ่านติดตามและมีการสะท้อนภาพสังคมชนชั้นของไทยอันเป็นประโยชน์ในการปลุกความคิดให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างไม่ท้อถอยสร้างชีวิตจึงนับว่าเป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาสาระมีคุณค่าทางสังคมเป็นต้นแบบของการต่อสู้และชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงก็อาจเป็นผู้นำในการต่อสู้ได้การเป็นชาวนาไม่ใช่การตัดหนทางการต่อสู้ถ้าหากมีความใฝ่ดี มีการศึกษา ฉลาดและมีผู้ช่วยเหลือก็อาจทำให้ตัวเองเป็นไทได้ เป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ต่อสู้ทางชนชั้นและแสดงให้เห็นว่านายทุนหรือผู้กดขี้ข่มเหงผู้ที่ไม่มีทางสู้ ในที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความถูกต้องและความยุติธรรมในสังคม แม้จะมีโอกาสน้อย แต่ก็เป็นแสงแห่งความหวัง แม้จะริบหรี่ก็ตาม
วิเคราะห์ตัวละคร
1. เรไร หญิงสาวผู้มีทั้งรูปสมบัติที่งดงามและมีความรู้ เป็นผู้ขยันในการต่อสู้ชีวิตที่เกิดมาในครอบครัวยากจน ต้องขวนขวายช่วยบิดามารดาทำงานตั้งแต่เด็กและยังเสียสละตนเพื่อไปเป็นภรรยาน้อยของนายเงิน เพื่อช่วยบิดามารดาและพี่น้องชาวนาของเธอ
2. นายสมพร คหบดีใหญ่แห่งเมืองใต้ เป็นผู้ที่ให้เรไรยืมหนังสืออ่านตั้งแต่เรไรยืมหนังสืออ่าน นายสมพรได้กลายเป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างเรไรกับบิดามารดา คอยให้ความช่วยเหลือเรไรตลอดระยะเวลาที่อยู่บ้านนายเงิน
3. เศรษฐีหรือนายเงิน สามีเรไร นายเงินเป็นผู้ปล่อยเงินกู้ให้ชาวนารวมทั้งพ่อแม่ของเรไรและเขียนจำนวนเงินเกินตามความจริง ทำให้ชาวนาเป็นหนี้ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อไม่มีเงินมาใช้ก็ต้องทำงานที่ผิดกฎหมายให้นายเงิน นายเงินคอยกดขี่ข่มเหงชาวนาอยู่เสมอ
4. นายสุธี เป็นบุรุษลึกลับที่ช่วยให้เรไรออกจากบ้านและเดินทางไปกรุงเทพฯโดยการ
วางแผนหลอกนายเงินว่าเรไรคบชู้และคิดจะวางยาพิษนายเงินนับเป็นการมอบอิสระให้แก่เรไรคือคนที่ให้งานและอาชีพแก่บิดามารดาของเรไรที่เมือง
เหนืออย่างยุติธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบเหมือนนายเงิน ในตอนท้ายเรื่องสุธีกลายเป็นชายที่เรไรรักและรักเรไรมาก
2. นายสมพร คหบดีใหญ่แห่งเมืองใต้ เป็นผู้ที่ให้เรไรยืมหนังสืออ่านตั้งแต่เรไรยืมหนังสืออ่าน นายสมพรได้กลายเป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างเรไรกับบิดามารดา คอยให้ความช่วยเหลือเรไรตลอดระยะเวลาที่อยู่บ้านนายเงิน
3. เศรษฐีหรือนายเงิน สามีเรไร นายเงินเป็นผู้ปล่อยเงินกู้ให้ชาวนารวมทั้งพ่อแม่ของเรไรและเขียนจำนวนเงินเกินตามความจริง ทำให้ชาวนาเป็นหนี้ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อไม่มีเงินมาใช้ก็ต้องทำงานที่ผิดกฎหมายให้นายเงิน นายเงินคอยกดขี่ข่มเหงชาวนาอยู่เสมอ
4. นายสุธี เป็นบุรุษลึกลับที่ช่วยให้เรไรออกจากบ้านและเดินทางไปกรุงเทพฯโดยการ
วางแผนหลอกนายเงินว่าเรไรคบชู้และคิดจะวางยาพิษนายเงินนับเป็นการมอบอิสระให้แก่เรไรคือคนที่ให้งานและอาชีพแก่บิดามารดาของเรไรที่เมือง
เหนืออย่างยุติธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบเหมือนนายเงิน ในตอนท้ายเรื่องสุธีกลายเป็นชายที่เรไรรักและรักเรไรมาก
5. นายบุญโชติ เป็นเพื่อนของนายสมพร มีบทบาทในการช่วยให้เรไรสามารถนำหลักฐานสัญญากู้เงิน ใบมอบฉันทะและโฉนดที่ดินที่ขโมยมาจากนายเงินติดตัวไปกรุงเทพฯได้อย่างปลอดภัยนอกจากนี้ยังช่วยแนะนำที่พักในกรุงเทพฯและมอบ
หมายให้น้องชายคือ นายบุญช่วงช่วยดูแล
6. นายบุญช่วง เป็นน้องชายของนายบุญโชติ ให้ที่พักอาศัยแก่เรไร คอยจัดการธุระต่างๆอำนวยความสะดวกให้เรไร
7. มารศรี เป็นเมียของนายสุธี และสุดท้ายได้กลายเป็นเพื่อนรักของเรไร
8. พรรณราย เป็นเพื่อนรักของมารศรี และสุดท้ายกลายเป็นเพื่อนรักกับเรไรด้วย มีส่วนช่วยเรไรในการทำให้มารศรีและสุธีคืนดีกัน
หมายให้น้องชายคือ นายบุญช่วงช่วยดูแล
6. นายบุญช่วง เป็นน้องชายของนายบุญโชติ ให้ที่พักอาศัยแก่เรไร คอยจัดการธุระต่างๆอำนวยความสะดวกให้เรไร
7. มารศรี เป็นเมียของนายสุธี และสุดท้ายได้กลายเป็นเพื่อนรักของเรไร
8. พรรณราย เป็นเพื่อนรักของมารศรี และสุดท้ายกลายเป็นเพื่อนรักกับเรไรด้วย มีส่วนช่วยเรไรในการทำให้มารศรีและสุธีคืนดีกัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น